ในบรรดากีฬาที่เราคุ้นเคยและเป็นกีฬาพื้นฐานของคนทั่วไปรับทราบ คงไม่มีอะไรเก่าแก่และเป็นที่รู้จักมากที่สุดเท่ากรีฑา กรีฑาเป็นกีฬาพื้นฐานที่มีความสำคัญจนถูกกำหนดไว้เป็นกีฬาทีถูกบังคับว่าต้องมีในการแข่งขันเกือบทุกรายการทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในรับท้องถิ่น ระดับชาติหรือนานาชาติ
การที่มนุษย์ต้องอยู่กับธรรมชาติ ต้องดำรงชีวิตอยู่ได้ในอดีต การวิ่ง การกระโดด การขว้าง การปา ทำให้เกิดการประลองฝีมือกันเป็นระยะและกลายเป็นการแข่งขันที่สามารถเกิดขึ้นง่ายที่สุด เพราะเกือบจะไม่ต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดเลยในการแข่งขัน เพียงแต่ตัวเองเป็นหลัก
การแข่งขันกรีฑาที่นับว่ากำเนิดขึ้นมาจนถึงปัจจุบันนั้นมีต้นกำเนิดจากการเริ่มต้นการแข่งขันโอลิมปิคสมัยใหม่ ในช่วงปี พ.ศ. 2436-37 ที่ได้รวมเอากรีฑาเป็นกีฬาหลักหรือกีฬาบังคับที่ต้องบรรจุไว้ในการแข่งขันทุกครั้ง (ทุก 4 ปี)
จากการที่ลักษณะโดยทั่วไปเป็นการเล่นหรือแข่งขันทั้งที่มีลู่ของการเล่น กับที่ไม่มีลู่ จึงทำให้กรีฑาถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทลู่และประเภทลาน โดยในประเภทลู่ประกอบด้วย การวิ่งตั้งแต่ระยะ 100 เมตร ไปจนถึง 10,000 เมตร และการวิ่งมาราธอน (ระยะ 42.6 กม) นอกจากการวิ่งตามลู่หรือบนพื้นลู่วิ่งแล้ว การวิ่งที่มีเครื่องกีดขว้าง และการวิ่งผลัดก็เป็นลักษณะการวิ่งประเภทลู่ที่แยกออกไปอีก ส่วนการเล่นกรีฑาประเภทลาน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทที่เกี่ยวข้องกับการกระโดด คือ การกระโดดสูง เขย่งก้าวกระโดด กระโดดสูง กระโดดค้ำถ่อและการแข่งขันประเภททุ่ม พุ่ง ขว้าง – ทุ่มน้ำหนักขว้างจักร ขว้างค้อน และพุ่งแหลน
กรีฑาประเภทลู่ ประกอบด้วย
ประเภทวิ่ง
ประเภทวิ่ง 100 ม. 200 ม. 400 ม.ข้ามรั้ว 100 ม. ข้ามรั้ว 110 ม.
ประเภทวิ่ง 400 ม. 800 ม. วิ่งผลัด 4x100 ม. วิ่งผลัด 4x400 ม.
ประเภท 1,500 ม.
ประเภท 3,000 ม. วิ่งวิบาก 3,000 ม.
ประเภท 5,000 ม.
ประเภท 10,000 ม.
ประเภทวิ่งผลัด
ประเภทวิ่งข้ามรั้ว
กรีฑาประเภทลู่ ประกอบด้วย
ประกอบด้วย การกระโดดสูง เขย่งก้าวกระโดด กระโดดสูง กระโดดค้ำถ่อและการแข่งขัน
ประเภททุ่ม พุ่ง ขว้าง – ทุ่มน้ำหนักขว้างจักร ขว้างค้อน และพุ่งแหล
No comments:
Post a Comment